fbpx

February 10, 2021

[บทความแปล] 4 วิธีปกป้องตัวเองจากอาการจิตตกตอนเล่น Social Media

Share this

บทความแปลวันนี้มาจาก Addicted to Success

จนถึงตอนนี้ Social Media อยู่บนโลกมาราวๆ 20 ปีแล้ว และที่ผ่านมามันก็สร้างทั้งประโยชน์มหาศาลและโทษมากมายให้มนุษย์โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพจิต

สำหรับเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่ที่ไม่ระวังตัว Social Media คือดาบสองคม เพราะจริงอยู่ที่เราสามารถแชร์เรื่องราวความสำเร็จของตัวเองลงไปให้คนรอบตัวรับรู้ได้ แต่บ่อยครั้งที่รู้ตัวอีกทีเราก็หมดเวลาไปกับการไล่ตามแสงสีเสียงสารพัดที่น้อยครั้งมีผลต่อความสำเร็จและก้าวไปข้างหน้าของเรา

แต่ข้อเสียที่พูดมานั้นเทียบไม่ได้กับการเผลอเปรียบเทียบตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ จนเกิดความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ไม่มีศักยภาพ และสงสัยในความสามารถของตัวเอง พูดง่ายๆคือ จิตตกแบบไม่ได้ตั้งใจ

คุณไม่ได้เป็นคนเดียว มันมีคนอีกมากที่รู้สึกเช่นนี้ แค่ไม่ค่อยมีใครออกมาพูด ที่สำคัญมันห้ามตัวเองให้เล่น Social Media ได้ยากมากๆ ไหนจะงาน ไหนจะบันเทิง ไหนจะเรื่องที่อยากรู้

คำถามคือ แล้วจะทำอย่างไรให้สามารถใช้งาน Social Media ได้โดยไม่ต้องเอาสุขภาพจิตมาเสี่ยง?

คำตอบอยู่ที่คำว่า Mindset

มันอาจฟังดูเรียบง่าย แต่เชื่อเถอะว่ามันไม่ง่าย

ต่อไปนี้คือวิธีที่จะสร้าง Mindset ที่แข็งแกร่งพอจะรับมือกับกระแสต่างๆที่โหมกระหน่ำเข้ามาผ่าน Social Media 

1. อย่าเล่นตามเกมของ Social Media 

เกมที่เจ้าของ Social Media เล่นนั้นง่ายมาก

อยากเข้าถึงพลังที่แท้จริงของ Content, Copywriting และ Storytelling ไหมครับ?

SUBSCRIBE เข้า E-Mail List ของ OHMPIANG ได้เลย!

“ต้องทำทุกวิถีทางให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมและอยู่บน Platform นานที่สุดเท่าที่จะทำได้”

เพราะมันหมายถึงรายได้จากการโฆษณาที่เพิ่มขึ้น

ส่วนผู้ใช้ที่ใช้เวลาอยู่บน Social Media ก็จะได้รับสิ่งที่ใจปรารถนานั่นคือ ความสนใจ…

ไม่ว่าผู้ใช้จะยอมรับหรือไม่ การได้รับความสนใจคือจุดประสงค์อันดับต้นๆของการใช้ Social Media 

มันคือเกมของการแย่งกันเป็นคนที่เสียงดังที่สุดบนเวที และวิธีที่เรียบง่ายที่สุดคือ การใช้เรื่องราวต่างๆเป็นอาวุธ

กฎ กติกา มารยาท และเกมของความสนใจนี้มีมานานมากแล้ว สื่อทุกอย่างอยู่รอดได้ด้วยการขายเรื่องราวต่างๆที่ดึงดูดความสนใจผู้ใช้และลูกค้า 

ความแตกต่างคือสื่อและธุรกิจใหญ่ๆรู้ว่าจะเรียกร้องความสนใจไปเพื่ออะไร ในขณะที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่พยายามเรียกร้องความสนใจเพื่อให้มีคนมาสนใจ

Social Media ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเครื่องมือเท่านั้น

เจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จใช้ Social Media ในการแบ่งปันเรื่องราวความเป็นไปของเขา พวกเขารู้ว่าการเรียกร้องความสนใจอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้ธุรกิจของเขาดีขึ้นหรือก้าวไปข้างหน้าได้

ท้ายที่สุดแล้วมันจะไปมีประโยชน์อะไรถ้าสิ่งที่โพสท์กลายเป็นกระแสไวรัลขึ้นมา ถ้าคุณไม่มีสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพดีคอยสนับสนุน? และมันจะไปมีประโยชน์อะไรถ้ามีคนฟังแต่คุณไม่มีคำพูดที่สำคัญหรือมีความหมายมาพูด? 

“รูปภาพ Mona Lisa มีอยู่ทุกที่แม้บน Social Media แต่เธอไม่ได้โพสท์หรือทวีตหรือเรียกร้องความสนใจ เธอมีตัวตนมีคนสนใจบนโลกออนไลน์ได้เพราะเธอเป็นสัญลักษณ์ แต่เธอไม่ได้เป็นสัญลักษณ์เพราะเธอมีคนติดตามเยอะบน Social Media”

Seth Godin

2. อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

ด้วยการที่ต้องพยายามทำทุกวิถีทางให้โดดเด่นเป็นจุดสนใจท่ามกลางเสียงอันดังบน Social Media เจ้าของธุรกิจมักจะติดกับดักตรงนี้ด้วยการเริ่มเปรียบเทียบความสำเร็จของตัวเองกับความสำเร็จของผู้ใช้คนอื่นๆ

ผมอยากจะบอกว่ามันคือ ข่าวร้าย เลยแหละ โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจของพวกเขา

การเปรียบเทียบความสำเร็จของตัวเองกับของคนที่เสียงดังกว่า มีผู้ติดตามเยอะกว่า หรือทำมานานกว่า ส่งผลเสียอย่างมากต่อชีวิต ความสุข และทิศทางของธุรกิจของคุณ

มันง่ายมากเลยนะที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดเพจ Facebook หรือ Instagram ของคนดังแล้วเริ่มโทษตัวเอง เพราะทุกครั้งที่หยิบขึ้นมามันจะเจอใครสักคนที่จะทำให้รู้สึกต้องโทษตัวเองทุกครั้ง

คำถามอย่างทำอย่างไรถึงจะทำได้แบบพวกเขา หรือทำอย่างไรถึงจะแข่งกับพวกเขาได้ เป็นคำถามที่ดูเหมือนจะดีแต่บอกได้เลยว่ามันบั่นทอน ถ้าหากถามด้วยความรู้สึกผิดและน้อยเนื้อต่ำใจหรืออิจฉา

แค่เริ่มเปรียบเทียบความสำเร็จของตัวเองกับของคนอื่น คุณก็แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำอะไรแล้ว

หลักๆเลยคือ เมื่อคุณเปรียบเทียบ คุณกำลังหลุดจากตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง คุณจะสูญเสียพลังงานและเวลาไปกับการไล่ตามสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อเป้าหมายชีวิตและธุรกิจ

เจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจะสร้างเกราะป้องกันไม่ให้แสงสีเสียงและความสำเร็จของคนอื่นมากระทบจิตใจของเขาได้ง่ายๆ พวกเขาจะใช้ผลลัพธ์และผลงานเป็นกระบอกเสียง

ที่สำคัญพวกเขาโฟกัสการเรียนรู้มากกว่าโชว์ว่าตัวเองมีดีอะไร

3. อย่าเสียเวลากับเรื่องดราม่าลบๆ ที่ทำให้จิตตก?

คำถามคือ ทำไมคนจำนวนมากถึงยอมแลกเวลา พลังงาน และชีวิตชีวาของตัวเองไปกับเรื่องดราม่าลบๆ?

คำตอบนั้นง่ายมาก เพราะการทำลายมันง่ายกว่าการสร้าง

ทุกคนน่าจะเคยเห็นพวกเกรียนคีย์บอร์ดและออนไลน์โทรลล์ และสงสัยว่าทำไมมันถึงอคติกันขนาดนี้

คำตอบคือ พวกเขาลืมไปว่า Social Media เป็นแค่เครื่องมือ และเริ่มหาทางดูถูก กดขี่คนอื่นเพื่อให้ได้รับความสนใจจากคนอื่น พวกเขาทำไปเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดี รู้สึกสำคัญ และรู้สึกได้รับชัยชนะบางอย่าง

คุณเคยเห็นคนที่ประสบความสำเร็จที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนจำนวนมากเสียเวลาเถียงกับคนพวกนี้ไหมล่ะ? ไม่เคยเนอะ เพราะพวกเขาเห็นคุณค่าของเวลา และลงทุนเวลาของพวกเขาเพื่อเป้าหมายเท่านั้น

“ผมเห็นผู้คนฆ่าตัวตายบน Social Media ตลอดเวลาด้วยวิธีไม่หนึ่งก็สองวิธีนี้

วิธีแรกคือ ตอบโต้กับคำวิจารณ์ทุกสิ่งอัน

วิธีที่สองคือ ตอบสนองกับสิ่งที่ไม่มีความสำคัญอะไรกับชีวิตเลย”

Tim Ferriss

4. มี Mindset ของความสำเร็จในการใช้ Social Media

ด้วยการโฟกัสว่า Social Media เป็นแค่เครื่องมือ เจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสามารถหยุดเป็นผู้ตามและเริ่มทำตัวเป็นผู้นำได้ตั้งแต่วันนี้เลย

ทำไมต้องเสียเวลาไปกับ Content ที่แค่ช่วยให้เสียงมันดังขึ้น?

ทำไมต้องทำบางอย่างที่มันบำรุงแค่อัตตาแต่ไม่สร้างผลลัพธ์ระยะยาว? 

ทำไมต้องพยายามทำตามคนอื่น แต่ลืมไปว่าลูกค้าซื้อเขาซื้อที่ตัวของคุณ?

โฟกัสไปที่การผลิตงานที่มีคุณภาพที่มีกลิ่นอายของตัวคุณได้แล้ว

เพราะชีวิตนี้ยังมีอะไรให้คุณสำรวจและพิชิตอีกมากมาย

Jesse OHMPIANG Theerathorn

About the author

มนุษย์ถ้ำอดีตที่ปรึกษาการตลาด ปัจจุบันเน้นเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ทำงานเบื้องหลัง เขียน Copywriting หาเลี้ยงชีพ ส่งอีเมล์ขายของรายวัน และนั่งแปลหนังสือ Classic ที่เปลี่ยนชีวิตคนนับไม่ถ้วน ยินดีที่ได้รู้จักครับผม :)


View More
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกการขาย (ถ้ามีครบเตรียมดูยอดขายพุ่งทะยานเหมือนเทพเจ้ามังกรออกจากดราก้อนบอลได้เลย)

View More
สรุปหนังสือ The Power of Your Subconscious Mind โดยคุณ Wanida Boonprasert (Part 4)

View More
สรุปหนังสือ The Power of Your Subconscious Mind โดยคุณ Wanida Boonprasert (Part 3)
{"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

เรียนรู้วิถีการเป็น Freelance ที่มีทั้งเงิน เวลา ความสบายใจ ความสนุก และอิสรภาพ

ผมจะบอกขั้นตอนทุกอย่างที่ผมใช้รวมไปถึงสคริปต์และ Mindset สำคัญในการหาลูกค้าคนแรกไปจนถึงทำรายได้ 7 หลักภายใน 6 เดือนจากการเป็น Freelancer ที่เริ่มด้วยเงินติดลบ

>