fbpx

August 26, 2017

# สิ่งที่ผม “ไม่ได้ทำ” ในการทำ Facebook Marketing #

Share this

คำเตือน : ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของผมกับการทำ Facebook Marketing แบบหวังผล ซึ่งอาจจะขัดกับสิ่งที่ท่านได้เรียนมา กรุณาใช้สติและวิจารณญาณในการอ่าน

สิ่งที่จะแบ่งปันคือ ประสบการณ์ในวันที่เพจ Facebook เล็กๆของผม (ที่ไม่ค่อยโพสท์อะไร) 
มีคนกด Like ครบ 40,000 Likes

ถ้าเทียบกับช่วงนี้เมื่อปีที่แล้ว (มีนาคม 2016) ผมมีแค่ 2,000 Fanpage Likes เท่านั้น

แน่นอนเป็นตัวเลขที่ธรรมดามากๆ ถ้าเทียบกับ “ความเชื่อเรื่องการสร้างแบรนด์”
แต่ผมค่อนข้าง Happy กับผลลัพธ์นะ

และเพื่อเป็นการขอบคุณทุกคนที่ติดตาม
(ซึ่งเกือบทั้งหมดที่เป็นเพื่อนผมก็ช่วยกด Like ให้)

ผมเตรียมของขวัญมาให้

ของขวัญชิ้นแรก ผมขอหาญกล้าแบ่งปัน 12 สิ่งที่ผม “ไม่ได้ทำ” ในการทำ Facebook Marketing 
(ขอเขียนเป็นข้อๆนะครับ)

1. ผมไม่ได้เน้นทำ Content
(ใน 1 ปีที่ผ่านมา ผมโพสท์ประมาณ​ 20 โพสท์เท่านั้น และค่อนข้างเอาแต่ใจ ปี 2017 ยิ่งแล้วใหญ่ ตัวเลขกลมๆตอนนี้คือ 2 โพสท์)

อยากเข้าถึงพลังที่แท้จริงของ Content, Copywriting และ Storytelling ไหมครับ?

SUBSCRIBE เข้า E-Mail List ของ OHMPIANG ได้เลย!

2. ผมไม่ได้ซื้อ Page Like (ไม่ได้ Promote Page และไม่เคยต้องการ Page Like เยอะๆ ด้วยเหตุผลสำคัญมากๆ)

3. ผมไม่เคยใช้ Power Editor หรือ Re-targeting หรืออะไรยากๆเลย (Boost Post อย่างเดียว อ่อนด้อยมาก)

4. ผมไม่เคยสนใจตัวเลข Report ที่ Facebook ให้เลย ไม่ว่าจะเป็น Cost Per Engagement, Relevance Score หรืออะไรพวกนั้น
(สิ่งเดียวที่ดูทุกวันคือ ตัวเลขในบัญชี)

5. ผมไม่เคยได้ Relevance Score เกิน 5 (น่าเกลียดโคตร)

6. ผมไม่เคยลง Ad เกินวันละ 1000 บาท (เฉลี่ยวันละ 3xx บาท)

7. ผมไม่ค่อยปล่อยให้ลูกค้าที่ทักมารอเกิน 10 นาที (มีบ้าง)

8. ผมไม่ลบ Comment เชิงลบ เพราะมันทำให้ผมดูดี และเพิ่ม Engagement (ยกเว้นเกรียนแท้ระดับบ่อนทำลายความมั่นคง)

9. ผมไม่เคย Live บน Page (เคย 3 ครั้งหน้า Wall ส่วนตัว) ไม่ใช่เพราะมันไม่ได้ผล แต่เพราะไม่ใช่แนว (ผมโตแล้ว ผมจะไม่ Live ก็ด้ายย)

10. ผมไม่เคยมี Organic Reach ต่ำกว่า 15% แม้ไม่ได้โพสท์เป็นเวลานาน (ตอนนี้มีการแจ้งเตือนว่า มึงไม่ได้โพสท์มา 170 วันละนะ)

11. ผมไม่เคยได้รับผลกระทบจากพี่มาร์คปรับนู่นปรับนี่ (ผลกระทบร้ายแรงสุดที่เคยโดนคือ ลง Ad ได้เท่าทุน ช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา)

12. ผมไม่เคยตกเป็นทาสของ Content (ถ้าวันๆต้องหงุดหงิดปวดหัวคิดว่าจะ Post อะไรดี จะ Live อะไรดี ผมว่าพิจารณาอีกครั้งดีไหม ใช้ชีวิตให้สนุกเถอะ)

เมื่อเร็วนี้เพิ่งอ่านนิยายจีนเรื่องหนึ่ง (Light Novel)

มันแปลกมากๆ เพราะผมอ่านแล้วได้อะไรเยอะกว่าอ่านหนังสือแนวความรู้อีก

นิยายนี้มีหลักคำสอนที่พระเอกได้รับการถ่ายทอดอยู่คำสอนหนึ่งที่ผมชอบ

หลักคำสอนนั้นคือ

” บริสุทธ์ดั่งสายนที เพราะวารีนั้นไม่แข่งขัน ”

ผมอ่านแล้วคิดในใจ ลึกล้ำ ข้าน้อยขอคารวะ และข้าน้อยก็โชคดีที่ทำงานตามหลักคำสอนนี้ตลอด

(หมายเหตุ : ผมไม่ทำบางอย่างเพราะเลือกที่จะไม่ทำ ไม่ได้แปลว่าไม่ดี หรือไม่ได้ผลนะ)

OHMPIANG
เจษ

ปล. เร็วๆนี้จะมี Audio Book เกี่ยวกับ Facebook Marketing ออกมานะครับ

 

Jesse OHMPIANG Theerathorn

About the author

มนุษย์ถ้ำอดีตที่ปรึกษาการตลาด ปัจจุบันเน้นเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ทำงานเบื้องหลัง เขียน Copywriting หาเลี้ยงชีพ ส่งอีเมล์ขายของรายวัน และนั่งแปลหนังสือ Classic ที่เปลี่ยนชีวิตคนนับไม่ถ้วน ยินดีที่ได้รู้จักครับผม :)


View More
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกการขาย (ถ้ามีครบเตรียมดูยอดขายพุ่งทะยานเหมือนเทพเจ้ามังกรออกจากดราก้อนบอลได้เลย)

View More
สรุปหนังสือ The Power of Your Subconscious Mind โดยคุณ Wanida Boonprasert (Part 4)

View More
สรุปหนังสือ The Power of Your Subconscious Mind โดยคุณ Wanida Boonprasert (Part 3)
  • อยากรู้แนวคิด มุมมองในการเขียน Contant
    และการทำการตลาดให้มากกว่านี้
    อยากวิเคราะห์ลูกค้าเป็น ควรเริ่มจากตรงไหนค่ะ

  • {"email":"Email address invalid","url":"Website address invalid","required":"Required field missing"}

    เรียนรู้วิถีการเป็น Freelance ที่มีทั้งเงิน เวลา ความสบายใจ ความสนุก และอิสรภาพ

    ผมจะบอกขั้นตอนทุกอย่างที่ผมใช้รวมไปถึงสคริปต์และ Mindset สำคัญในการหาลูกค้าคนแรกไปจนถึงทำรายได้ 7 หลักภายใน 6 เดือนจากการเป็น Freelancer ที่เริ่มด้วยเงินติดลบ

    >