Podcast Archives | OHMPIANG
All posts in "Podcast"

คู่มือการใช้งาน OHMPIANG (Mobile Application) เบื้องต้น

สวัสดีครับ

วันนี้ 9 เดือน 9 ผมเลยถือโอกาศวันเลขสวยในการเปิดตัว OHMPIANG เวอร์ชั่น Mobile Application ซะเลย

APP นี้สร้างขึ้นมาเพื่อความสะดวกสบายในการฟัง Podcast, Audio Book และเรียนคอร์สออนไลน์ของ OHMPIANG

แม้ตอนนี้จะมีจำนวนน้อยอยู่แต่ในอนาคตจะพยายามทำออกมาเรื่อยๆครับ 🙂

สำหรับช่วงตั้งไข่นี้ (แปลว่าช่วงที่ App เพิ่งคลอด) ท่านที่ลงเรียนคอร์ส OHMPIANG SECRET COPYWRITING และท่านที่เป็นเจ้าของ Audio : Relax… It’s Only Facebook

จะสามารถเรียนผ่าน App นี้ได้ทันที

ทีมงานของผม Upload ข้อมูลของท่านลงไปใน App เรียบร้อยแล้ว ท่านเพียงแค่ต้องใช้ Email ที่ลงเรียนคอร์ส Copywriting ในการ Login

สามารถดูคลิปข้างล่างนี้เพื่อดูวิธีรับ Password ได้เลยครับ (หมายเหตุ – Password ใหม่ต้องมีตัวเล็ก (a,b,c) ตัวใหญ่ (A,B,C) ตัวเลข (1,2,3) และเครื่องหมาย (!,@,#,$) ด้วยครับ)

สำหรับท่านที่ไม่ได้ลงคอร์ส OHMPIANG SECRET COPYWRITING หรือเป็นเจ้าของ Audio : Relax… It’s Only Facebook ก็ไม่ต้องน้อยใจครับ

เพราะหลังจากนี้ผมจะทยอยอัพ Podcast ลงใน App เพื่อความสะดวกสบายในการฟังของท่าน

ท่านสามารถสร้าง Account ตามคลิปด้านล่างได้เลยครับ

ส่วนท่านที่ลงคอร์ส OHMPIANG SECRET COPYWRITING หรือเป็นเจ้าของ Relax… It’s Only Facebook แต่ทำตามคลิปแรกแล้วหาระบบบอกว่าหาอีเมล์ไม่เจอ ไม่ต้องตกใจครับ

ทำตามคลิปที่ 2 ได้เลย จากนั้นแอดไลน์ @ohmpiang (มี @ ด้วย) แล้วบอกอีเมล์ที่ใช้สมัครกับทีมงาน

ทีมงานจะตรวจสอบกับระบบ แล้วจะจัดการให้ครับ

สำหรับตอนนี้ OHMPIANG (Mobile Application) พร้อมให้โหลดแล้วทั้งใน Google Play Store และ Apple Store

หากใช้แล้วเกิดข้อขัดข้องอะไร (ซึ่งมันจะมี) ก็ต้องขออภัยล่วงหน้าด้วย และขอให้สนุกกับการใช้งาน OHMPIANG ครับ

OHMPIANG

เจษ

ปล. การใช้งานของ iOS อาจจะติดขัดเล็กน้อยนะครับ ทีมงานกำลังพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

 

อ่านต่อ >
Share

3 ขั้นตอนสู่การทำ Content ที่น่าสนใจมากขึ้น น่ารำคาญน้อยลง

เคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ไหมครับ? นั่งอยู่ในวงสนทนาที่วนอยู่กับที่ไม่ไปไหน หรือไม่รู้ว่าที่คุยๆอยู่เนี่ย ต้องการอะไรในชีวิต

ตอนแรกมันก็ยังโอเคอยู่บ้าง (ความเกรงใจ + ให้โอกาสมันอีกหน่อย) แต่พอเริ่มออกทะเลไปเรื่อยๆ เริ่มไม่เกี่ยวกับชีวิตท่านมากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มจะฟังแล้วสูญเสียพลังชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ

มากจนท่านเริ่มจะนั่งภาวนาขอให้มีโทรศัพท์สำคัญเข้ามา (หรือโทรศัพท์ไม่สำคัญแต่ท่านทำให้มันสำคัญได้)

คงจะพอเห็นภาพเนอะ… มันน่าเบื่ออ่ะ โคตรน่าเบื่อเลยสถานการณ์ประเภทนั้น น่าเบื่อไม่พอ บ่อยครั้งที่มันน่ารำคาญด้วย และที่สำคัญตัวต้นเหตุมักจะไม่ค่อยรู้ตัวด้วย

เพราะฉะนั้นเวลาที่ท่านทำ Content ไม่ว่าจะลงสื่อไหนก็ตาม พยายามอย่าทำ Content ให้กลุ่มเป้าหมายตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นนะครับ เพราะเขาจะไม่ทนกัน

งาน Copywriting ของผมในฐานะ Direct Response Copywriter ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำ Content ทั่วๆไปโดยตรง แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้อง Comment เกี่ยวกับ Content ของลูกค้า

ซึ่งผมบอกได้เลยว่า เกิน 99% ทำออกมาได้ดีมากๆอยู่แล้ว ในแง่ของ Production ไม่ว่าจะแนวการเขียน, รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ

ผมสามารถตอบได้เลยโดยไม่รู้จักกันว่า “ท่านทำได้ดีมากๆอยู่แล้ว” เชื่อผมสิ เพราะงั้นไม่ต้องห่วงตรงนั้นเลย

สิ่งที่น่าห่วงรู้ไหมคืออะไร?

สิ่งที่น่าห่วงมากๆเลยคือ “ทำไปเพื่ออะไร?”

ผมเจอบ่อยที่สุดละ เขียนดี ทำดี ทุกอย่างดีหมดตามตำราที่สอนๆกันเป๊ะ อ่านจบปุ๊บ คำถามแรกคือ… จะสื่ออะไรอ่ะครับ?

มันเป็นคำถามที่ทำให้คนฟังอึดอัดมากๆเลย และเกือบทุกครั้งคนที่โดนคำถามนี้เข้าไปจะทำหน้าแบบเดียวกัน

ประเด็นคือ การสร้าง Content แบบไม่มีจุดมุ่งหมายนั้นเสียเวลาของตัวท่านเอง และที่แย่ไปกว่านั้นมันเสียเวลาของกลุ่มเป้าหมายของท่าน

กลุ่มเป้าหมายของท่านต้องการอะไรที่มีประโยชน์ ไม่เวิ่นเว้อ และตรงประเด็น

และบทความนี้ก็จะมาช่วยไกด์ให้ท่านทำได้แบบที่กลุ่มเป้าหมายของท่านต้องการ

ขั้นที่ 1 : คุยกับตัวเองสักนิดก่อนคิดจะทำอะไร

ตามหลักแล้วก่อนที่จะเริ่มเขียนหรือทำอะไรก็ตามเกี่ยวกับ Content ท่านควรจะถามตัวเองด้วยคำถาม 2 ข้อ

ข้อแรก… ท่านต้องการอะไรจาก Content นี้?

ข้อสอง… อะไรคือสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายของท่านจะได้รับจาก Content นี้?

สิ่งที่จะได้รับจากการทำ Content ดีๆมีเยอะมาก ตั้งแต่ Branding ยันยอดขายที่มาเยอะๆ และมาเรื่อยๆ แต่มันจะไม่เกิดขึ้นด้วยการหวังพึ่ง Content เพียงชิ้นเดียวที่ทำขึ้นมาเพื่อตอบทุกโจทย์ (แต่มันไม่มีในโลกไง Content แบบนั้นอะ)

ท่านต้องเลือกมาสักอย่างว่าต้องการอะไรจาก Content ที่กำลังทำอยู่ จะได้ไม่สับสนทั้งคนทำและกลุ่มเป้าหมาย

และเหนือสิ่งอื่นใด เหนือกว่าความต้องการของท่านคือ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

ท่านต้องตอบให้ได้ว่ากลุ่มเป้าหมายของท่านจะได้รับอะไรจาก Content ที่ท่านจะทำ

ขั้นที่ 2 : ก็แค่เขียน และเขียนให้มนุษย์ทั่วไปอ่าน ไม่ใช่เขียนเอารางวัลซีไรท์

หลังจากตอบคำถาม 2 ข้อเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาลงมือทำในแบบที่ท่านถนัด

แต่จากประสบการณ์ของผม เมื่อในใจของท่านมีคำตอบที่สำคัญ 2 ข้อเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างจะราบรื่นด้วยตัวของมันเอง

คำแนะนำของผมก็คือ ทำไปตามสัญชาติญาณ นึกอยากเขียนอะไรก็เขียนลงไป ไม่ต้องไปคิดมาก ไม่ต้องไปกลัวยาวเกินไป

มีอะไรผุดขึ้นมาในหัวก็เขียนลงไป

สิ่งที่ต้องทำก็คือ เขียน…

สิ่งที่ไม่ต้องทำคือ คิด…

ใช่ครับ มันดูขัดๆกัน แต่ Content ที่ดีและมีประสิทธิภาพส่วนใหญ่ก็เป็น Content ที่มาตามธรรมชาติ

ถ้าจะให้บอกว่ามันคือ Content ที่มาตอนที่ใจรู้ว่าต้องการอะไรอย่างชัดเจนแล้วก็ว่าได้

มันมีช่วงเวลานั้นจริงๆ แต่อาจจะต้องอาศัยการฝึกฝนสักหน่อย

ยิ่งเขียนบ่อย ยิ่งฝึกฝนบ่อยๆ ท่านจะคล่องขึ้น เขียนได้เร็วขึ้น และเริ่มคิดน้อยลง

ซึ่งบ่อยครั้งการเขียนตามใจชอบแบบมีคำตอบ 2 ข้อในใจแบบไม่ต้องไปกังวลอะไรมาก จะได้ผลลัพธ์ที่ทำให้ท่านประหลาดใจ

ขั้นที่ 3 : ปล่อยให้ Content หายใจ เหมือนไวน์ที่เพิ่งเปิดใหม่ๆ

ถ้าท่านเคยสั่งไวน์มาดื่มตอนไปร้านอาหาร ท่านอาจจะเคยสังเกตว่าตอนเปิดขวด บริกรที่มีประสบการณ์จะไม่รีบเปิดแล้วเททันที เขาจะพักไวน์ไว้ระยะเวลาหนึ่งจากนั้นค่อยเทออกมาให้ชิม

ผมเคยถามผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ (เพราะผมไม่ใช่) เขาบอกว่า มันเป็นกระบวนการที่ทำให้ไวน์ได้ “หายใจ”

Content ของท่านก็เช่นกัน ให้มันหายใจบ้างก่อนที่จะส่งมันไปทำหน้าที่

การให้ Content ของท่านหายใจ ไม่ได้แปลว่าจะทำให้มันมีคุณภาพสูงขึ้นด้วยตัวมันเอง แต่มันจะช่วยให้ท่านเองนั่นแหละได้ทบทวนอะไรบางอย่างอีกครั้งหนึ่ง

ระยะเวลาที่ดีที่สุดที่จะปล่อยให้ Content หายใจคือ 24 ชั่วโมง

จากประสบการณ์แล้ว ภายใน 24 ชั่วโมงที่ใจท่านไม่ได้จดจ่อกับ Content นี้ จะช่วยให้ท่านมีไอเดียใหม่ๆบางอย่างเกิดขึ้น

มันจะเป็นอะไรที่ท่านมองไม่เห็นมาก่อน และผมบอกได้เลยว่า ของดีจะอยู่ตรงนี้แหละ

แต่ทั้งหมดทั้งสิ้น ก่อนที่จะโพสท์หรือเผยแพร่ Content ผมอยากให้กลับไปที่คำถาม 2 ข้อนั้น

ข้อแรก… ท่านต้องการอะไรจาก Content นี้?

ข้อสอง… อะไรคือสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายของท่านจะได้รับจาก Content นี้?

และเมื่อไหร่ก็ตามที่คำตอบชัดเจน โอกาสที่กลุ่มเป้าหมายจะรำคาญ Content ของท่าน แทบจะไม่มีเลย

ที่สำคัญท่านจะได้รับผลลัพธ์ที่ท่านต้องการ

อ่านแล้วได้อะไรบ้าง? Comment บอกผมหน่อยนะ

แล้วพบกันใหม่บทความหน้าครับ

OHMPIANG

เจษ

ปล.​ หลังจากนี้บทความพวก How-To, พวกสร้างแรงบันดาลใจ จะแปะลงในหน้าเพจ OHMPIANG

แต่พวกแนวเจาะลึก แนวแชร์ประสบการณ์จะโพสท์บนหน้า Profile ส่วนตัวที่ Facebook – Jesse OHMPIANG Jesada

 

อ่านต่อ >
Share

## คุณเก๋าพอที่จะประสบความสำเร็จหรือยัง? ##

ครบรอบ 1 ปี Episode ยอดนิยมของ SME FREESTYLE PODCAST

Mentor ทางการตลาดและการทำธุรกิจของผม แนะนำให้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง

เป็นหนังสือประเภท ‘สร้างแรงบันดาลใจ’ + ‘ความสำเร็จ’

ผมถอนหายใจทีนึง เพราะส่วนตัวเบื่อที่จะอ่านหนังสือแนวนี้

แต่ด้วยความเป็นลูกศิษย์ที่ดี ผมก็ไปหาซื้อมาอ่าน

ปรากฏว่า ผิดคาด!!!

หนังสืออะไรก็ไม่รู้โคตรพีค โคตร Real โคตรโดน

อ่านแล้วคึก อ่านแล้วฮึกเหิม อ่านแล้วอยากจะวิ่งไปโพสท์อะไรแรงๆลงบนหน้า Wall

มันขนาดนั้นจริงๆ และผมแนะนำให้อ่านอย่างจริงจังเลยเล่มนี้

หนังสือเล่มนี้เขียนโดย Mark Cuban เจ้าของทีม Dallas Mavericks แชมป์ NBA ปี 2011

เป็นตัวอย่างของคนที่สร้างตัวเองขึ้นมาจากไม่มีอะไรเลย นอกจากกึ๋นและการทำงานหนัก

Mark เขียนหนังสือหลายเล่ม แต่เล่มที่โดนที่สุด และอยากแนะนำมากที่สุดคือ

“How to Win at the Sport of Business: If I Can Do It, You Can Do It”

มีขายในรูปแบบ E-Book ที่ Amazon.com

Episode นี้เกี่ยวกับสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้ล้วนๆ

Blog ผมก็มีเขียนถึงจดหมายฉบับหนึ่งที่โดนมากๆ ของ Mark Cuban

ท่านสามารถตามอ่านได้ที่ OHMPIANG BLOG – จดหมายจากเศรษฐีพันล้าน ถึง นักศึกษาใกล้จบ

เขาพูดถึง ## 11 ความเก๋าที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจ # ดังนี้

เก๋าที่ 1 – อินกับสิ่งที่ทำ อินขนาดที่ลุยมาแล้ว 24 ชั่วโมงรวด ยังอยากจะลุยกับมันต่อไป

เก๋าที่ 2 – รู้ว่าตัวเองต้องฉลาดที่สุดในห้องประชุม และเรียนรู้ทุกอย่างที่จำเป็นที่จะทำให้ตัวเองฉลาดที่สุดในห้องประชุม

เก๋าที่ 3 – เมื่อแฟนเก่า 4 คนของคุณถามว่า อะไรสำคัญกว่ากัน ฉัน หรือ ธุรกิจ คุณให้คำตอบที่ถูกต้อง

เก๋าที่ 4 – รู้ตัวว่าล้มแล้วลุกได้ และเรียนรู้จากความล้มเหลวได้

เก๋าที่ 5 – รู้ว่ามีคนนินทา มีคนหาว่าบ้า พวกมันไม่ผิด มันพูดถูกแล้ว กูบ้าจริง และกูไม่สนพวกมึงด้วย

เก๋าที่ 6 – รู้วิธีผ่อนคลาย ระบายความร้อนแรง เพื่อจะได้กลับมาลุยต่อ

เก๋าที่ 7 – รู้ว่าตัวเองเข้าใกล้เป้าหมายไปทุกขณะ และปฏิบัติกับคนรอบตัวอย่างเหมาะสมตลอดทาง

เก๋าที่ 8 – สามารถตามจี้ ตามทวงงานได้ เพราะงานของคุณเสร็จแล้ว

เก๋าที่ 9 – รู้ตัว และยอมรับว่าทำผิด จากนั้นทำงานอย่างหนักเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก

เก๋าที่ 10 – เจาะลึกถึงต้นตอของปัญหา และแก้ไขมันก่อนที่คนอื่นจะรู้ว่ามีปัญหานั้นอยู่

เก๋าที่ 11 – รู้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนพล่ามเรื่องไร้สาระ อย่างความมุ่งมั่น และจิตวิญญาณของผู้ชนะ รวมไปถึงขั้นตอนสู่ความสำเร็จ ปล่อยพวกแม่งเพ้อไป เพราะเรามั่นใจในการลงมือทำ

สิ่งที่ท่านจะได้เรียนรู้จากใน Episode นี้

  • หลักความสำเร็จหนึ่งเดียวที่ผมใช้อยู่ทุกวัน
  • สิ่งเดียวในโลกที่คุณสามารถควบคุมได้
  • นิยามของ “ความเก๋า” และ 11 ความเก๋าที่คุณต้องเข้าใจเพื่อความสำเร็จ

แล้วพบกัน Episode หน้าครับ

OHMPIANG

เจษ

อ่านต่อ >
Share

# บทเรียนชีวิต 20 ข้อจากคุณปู่อายุ 100 ปี #

หลังจากที่ปล่อย EP1 ออกไป ก็มีน้องคนนึงถามเข้ามาว่า

 

“ถ้าสมมติ หนูเป็นลูกหลาน อ.เจษ จะบอกเล่าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตให้สมดุลและสนุกอย่างไรบ้างคะ?”

อ่านต่อ >
Share

# สิ่งที่ผม “ไม่ได้ทำ” ในการทำ Facebook Marketing #

คำเตือน : ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของผมกับการทำ Facebook Marketing แบบหวังผล ซึ่งอาจจะขัดกับสิ่งที่ท่านได้เรียนมา กรุณาใช้สติและวิจารณญาณในการอ่าน

สิ่งที่จะแบ่งปันคือ ประสบการณ์ในวันที่เพจ Facebook เล็กๆของผม (ที่ไม่ค่อยโพสท์อะไร) 
มีคนกด Like ครบ 40,000 Likes

ถ้าเทียบกับช่วงนี้เมื่อปีที่แล้ว (มีนาคม 2016) ผมมีแค่ 2,000 Fanpage Likes เท่านั้น

อ่านต่อ >
Share