ไปเอาไอเดีย "เก่าๆ" มา ไม่งั้นมึงโดนไล่ออก! | OHMPIANG

ไปเอาไอเดีย “เก่าๆ” มา ไม่งั้นมึงโดนไล่ออก!

คืองี้ครับ อันนี้เป็นความเชื่อนึงเลยนะที่เกือบทำให้ผมเข็ดขยาดกับการทำการตลาด และไม่เหยียบเข้ามาสายนี้

ความเชื่อที่ว่า ต้องหา “ไอเดียใหม่ๆ” ตลอดเวลา

เพราะอะไรน่ะหรอ… เพราะผมเป็นพวกไม่ค่อยมีไอเดียไง

ผมคิดเสมอว่าการตลาด การเขียนโฆษณา (Copywriting) อ่ะ มันสำหรับพวกสร้างสรรค์บัลลงดอร์

เพราะงั้นทุกครั้งที่มีการเปิดโต๊ะระดมไอเดียสมัยทำงานประจำ จึงเป็นช่วงเวลาที่ผมจะนั่งปั้นหน้าจริงจังแบบเงียบๆ และคอยพยักหน้าสนับสนุนคนที่มีไอเดียดีๆ

แต่หารู้ไม่… น้อยครั้งมากๆที่สิ่งที่เรียกว่า “ไอเดียใหม่ๆ” จะได้ผล และมันก็ยากชิบหายเลยที่จะต้องปั้น “ไอเดียใหม่ๆ” ออกมาบ่อยๆ

คนที่บอกความจริงข้อนี้ให้ผมถึงบางอ้อคือ Mentor ของผมเอง (ไม่ใช่คนไทย)

ไม่เชื่อลองดูอุตสาหกรรมหมื่นล้านตอนนี้สิ ชัดเจนเลยคือ อุตสาหกรรมภาพยนตร์

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา หนังฟอร์มยักษ์เกือบทุกเรื่องคือ การเอาไอเดียดึกดำบรรพ์มาเล่น

Lord of the Rings ของ J.R.R. Tolkien  เขียนเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ตีพิมพ์เมื่อปี 1955

ผมอ่านแล้วบอกได้คำเดียว ใครอ่านจบนี่โคตรเก่ง… เพราะมันน่าเบื่อมากกกกก

แต่ทำออกมาเป็นหนังแล้ว อลังการงานสร้าง

ถ้าเห็นภาพไม่ชัด ลองดูจักรวาล Marvel สิครับ

นี่ก็เริ่มมาตั้งแต่ปี 1939 นะ (ถ้าใครสงสัยว่าใครมาก่อนกันนี่ DC มาก่อนนะ DC มาปี 1934)

และ Avenger ที่หลายคนรวมทั้งผมด้วยกำลังรอลุ้นว่าใครจะตายจริงๆ มิถุนายนปีหน้านี่ ก็เป็นไอเดียที่เริ่มต้นเมื่อปี 1963 โดยปู่ Stan Lee

ประเด็นที่ผมพยายามจะสื่อก็คือ… มันไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างอะไรใหม่ๆตั้งแต่ 0 นะ (โดยเฉพาะการทำการตลาดสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจ SME) และอย่างที่บอกว่า น้อยครั้งที่ไอเดียใหม่ของท่านจะได้ผล แต่นั่นก็แล้วแต่แหละ อยากลองก็ไม่ขัดศรัทธา

จริงอยู่ที่ว่ามันมี “ไอเดียใหม่” ที่ดังเป็นพลุแตก และคนส่วนใหญ่ก็วิ่งหามัน

แต่สิ่งที่ผมเองมองหาตลอดคือ ไอเดียที่มันใช้ซ้ำได้ รีไซเคิลได้ และมั่นใจแน่นอนว่าได้ผล

ซึ่งสิ่งนี้เองหาได้ไม่ยาก แค่ต้องหูตาไวมากขึ้น

แต่ไม่ได้หมายความว่า พอเจอแล้วจะไปก๊อปมาทั้งดุ้นนะ อย่าทำแบบนั้นเลย คนจำพวกนั้นยังไงก็ต้องชดใช้สักวันหนึ่ง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

กฏแห่งกรรมยังไงก็เที่ยงตรงเสมอ เพราะผมไม่เคยเห็นจบสวยๆสักรายเลย

สิ่งที่ผมทำเมื่อเจอไอเดียที่ได้ผลคือ เอามาต่อยอด และผสมให้เข้ากับธุรกิจหรือแคมเปญที่ทำอยู่

เชื่อผมว่ามันมีช่องให้เอาไปใช้ได้เสมอ ถ้าท่านใส่ใจธุรกิจของตัวเองมากพอ

อย่าลืมว่า คนที่รู้จักธุรกิจของท่านดีที่สุดคือ ตัวท่านเอง

บ่อยครั้งมันอาจจะง่ายกว่าที่คิดเหมือนในหนังสือ ADAMS : THE STORY OF SUCCESSFUL BUSINESSMAN ก็ได้

ถ้ายังไม่มีคลิกดูรายละเอียดได้ที่ >> หนังสือ ADAMS : THE STORY OF SUCCESSFUL BUSINESSMAN

ขอใช้บทความนี้เป็นการวอร์มอัพการเขียนลงเวบไซต์ เพราะหลังจากนี้จะพยายามหาเวลา Update เวบไซต์บ่อยขึ้น

ทิศทางของเวบไซต์จะแบ่งเป็น 2 แนว

  1. แนวทั่วไปพวก How-to ทั่วไป
  2. แนว Inside ที่เน้นประสบการณ์ เน้นผลลัพธ์

แนวแรกจะเอาไปแปะลงเพจ OHMPIANG

แนวที่สองจะแปะอยู่ในหน้าโปรไฟล์ส่วนตัวที่ Jesse OHMPIANG Jesada ใครชอบแนวนี้ก็ Add Friend หรือกดติดตามได้ครับ

(ถ้า Add Friend มาก็รบกวนช่วย Inbox มาบอกหน่อยเน้อว่ามาจากหนังสือหรือบทความไหน)

OHMPIANG

เจษ

ปล. แน่นอนผมมีขายของ ถ้าไม่มีจะนั่งเขียนบทความ เขียนอะไรดีๆเพื่อ???  เพราะงั้นไม่ต้องกลัวครับ 555

 

 

About the author

Jesse

ก็แค่ Copywriter นอกวงการ และนักการตลาดในถ้ำธรรมดาๆ

Leave a comment: