fbpx

10 บทเรียนชีวิตที่ควรรู้และเริ่มทำวันนี้เลย [บทความแปล]

เขียนโดย Jesse OHMPIANG Theerathorn  |  Spiritual, Success  |  0 Comments

10 บทเรียนชีวิต

บทเรียนชีวิตทั้ง 10 นี้มาจาก Twitter ของ Joe Speiser (@jspeiser) เห็นมีคนแชร์มาหลายคนแต่ผมอ่านจากที่น้องเมล่อน สาวน้อยนักแปลงานสัมมนาตัว Top ของวงการแชร์

เจ้าของโพสท์ (Joe Speiser) Tweet ว่า

=====

วันนี้ผมอายุ 43 ปีแล้ว

ตอนที่ผมยังหนุ่มๆ ผมวิ่งไล่ตามหลายสิ่งหลายอย่างที่มันไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย

พวกคุณสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดของผมได้ โดยเฉพาะถ้าคุณอายุอยู่ในช่วง 20 ยิ่งควรต้องอ่านเลย

1. อย่าไปเก็บทรัพย์สมบัติเยอะ มันเป็นทุกข์

หลายปีก่อน Elon Musk อภิมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกตัดสินใจขายทรัพย์สมบัติที่เขามีจำนวนมาก

เขาอธิบายว่าทรัพย์สมบัติและของสะสมเหล่านี้กำลังถ่วงเขาอยู่ การเป็นเจ้าของอะไรบางอย่างมีป้ายราคาของมัน

ทางการเงิน การครอบครองบางอย่างทำให้เราต้องเสียบางอย่างไปและอาจก่อให้เกิดหนี้

ทางอารมณ์ สิ่งของที่เราครอบครองก่อให้เกิดการยึดติด

ดังนั้นอย่าไปเก็บหรือครอบครองทรัพย์สมบัติเลย มันส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคุณ

2. ใช้เงินซื้อประสบการณ์

ประสบการณ์ช่วยให้ชีวิตมีสีสันด้วยการสร้างความทรงจำอันล้ำค่า

วันนี้คุณอาจจำไม่ได้แล้วก็ได้ว่าคุณใช้โทรศัพท์อะไรเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่คุณจะจำทริปท่องเที่ยวที่คุณไปกับคนที่คุณรักได้

ประเด็นคือใช้เงินกับประสบการณ์ที่น่าจดจำและมีคุณค่ากับคนที่คุณรัก

3. เตือนตัวเองบ่อยๆว่าสักวันคุณต้องตาย

Steve Jobs เคยพูดว่า ความตายนี่แหละคือเครื่องมือที่ดีที่สุดที่เขาใช้ในการตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆในชีวิต

อีโก้ ความภูมิใจ ความกังวล และความกลัวที่จะล้มเหลวจะละลายเหมือนน้ำแข็งบนเตาร้อนๆเมื่ออยู่ต่อหน้าความตาย

การเตือนตัวเองว่าสักวันคุณจะต้องตายเป็นวิธีที่ดีมากๆในการกำจัดเอาเรื่องไร้สาระที่มันไม่สำคัญออกจากชีวิต

การเตือนตัวเองว่าสักวันคุณจะต้องตายจะช่วยให้คุณกล้าเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ

4. สู้เพื่อจะได้สมปรารถนา อย่าสู้เพื่อความสำเร็จ

ไม่มีสิ่งใดล้มเหลวยิ่งไปกว่าการเป็นคนประสบความสำเร็จที่ไม่มีความสุข

ความสุขไม่ควรเป็นตัวแถมของความสำเร็จหรือความคาดหวังเมื่อสำเร็จ

ความสุขคือทางเลือกที่จะผลักดันให้คุณสมหวังในสิ่งที่ปรารถนา ไม่เกี่ยวอะไรเลยกับความสำเร็จหรือล้มเหลว

การได้รับในสิ่งที่ปรารถนาคือสภาวะ ส่วนความสำเร็จนั้นเป็นแค่ผลลัพธ์

5. ไล่ตามความฝันของคุณ

ฟังดูเชยมาก แต่การทำในสิ่งที่ต้องการคือหนึ่งในแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

ชีวิตนั้นสั้นเกินกว่าจะดิ้นรนทำให้ฝันคนอื่นเป็นจริงและขมขื่นกล่าวโทษตัวเองภายหลัง

จงกล้าหาญและกล้าเสี่ยง

เริ่มต้นธุรกิจนั้น ลาออกจากงานที่เกลียด ชวนสาวที่แอบชอบมา 10 ปีไปกินข้าวได้แล้ว

ไม่มีอะไรทดแทนประสบการณ์ได้ แต่มันจะเกิดขึ้นถ้าคุณลงมือทำ

6. ใช้เวลากับคนที่คุณรัก

ถ้าตอนนี้คุณอายุเกิน 20 คุณได้ใช้โควต้าเกือบทั้งหมดกับคนที่คุณรักและรักคุณมากที่สุดไปแล้วแหละ ดังนั้นหลังจากนี้พยายามจัดเวลาเพื่อครอบครัวและเพื่อนสนิทนะ

อย่าพลาดงานสำคัญของครอบครัว กินข้าวช่วงเทศกาล หรือวันเกิด

งานน่ะรอได้

7. อย่ารอช้า… อยากทำอะไรรีบๆทำ

หลายคนใช้ชีวิตราวกับว่าจะอยู่ค้ำฟ้า

เลื่อนอยู่นั่นแหละทริปปีนเขา ทริปดำน้ำ หนังสือเล่มที่วางแผนจะเขียนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว หรือปาร์ตี้สละโสดรอบสองในตำนาน

หนึ่งในอุปนิสัยที่คนมีความสุขทำกันจนเคยชินคือการลงมือทำแบบไม่รีรอ

เขียน List ของสิ่งที่คุณต้องการจะทำมากที่สุดและอย่าใจร้อนที่จะลงมือทำมันให้จงได้

8. กินอาหารมีประโยชน์

ร่างกายไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ต้านทานของอร่อยได้ง่ายๆ ดังนั้นเราจึงเพลี่ยงพล้ำต่อน้ำตาลและของมันๆได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าคุณต้องการสุขภาพที่แข็งแรงและพลังงาน คุณต้องกินอาหารที่มีประโยชน์

เริ่มต้นด้วยการหยุดกินก่อนที่คุณจะรู้สึกอิ่มนิดนึง

9. อย่าใช้ชีวิตเปลือง

หลายคนพยายามทำแต่ละวันให้เต็มเหนี่ยว หวังว่าจะทำงานให้เสร็จให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่นั่นเหมือนการซื้อตั๋วสู่ชีวิตอันน่าเศร้าเพราะคุณจะพลาดอะไรไปมากมาย

การเร่งรีบทำนู่นทำนี่จะขัดขวางไม่ให้เราใช้ศักยภาพได้มากเท่าที่ควร ซึ่งสิ่งนั้นจะเป็นบาดแผลในใจที่ไม่มีวันหายได้ง่ายๆ

ชีวิตไม่ใช่การวิ่งแข่ง มันคือการปีนเขาชมวิวไปทีละก้าว อย่าลืมชื่นชมวิวทิวทัศน์ของแต่ละก้าวที่คุณเดิน

10. อย่าไปเสียดาย หรือเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว

ชีวิตน่ะใจดีและพร้อมจะให้อภัยคุณเสมอ แม้ว่ามันจะสู้กลับอยู่บ่อยๆ

อย่าใช้ชีวิตด้วยความเศร้าหมองจมอยู่กับอดีตหรือการตัดสินใจที่ผ่านมาแล้ว

ทุกๆสัปดาห์มันเหมือนเปิดสมุดหน้าใหม่ที่คุณสามารถเขียนเรื่องราวใหม่ๆลงไปได้

ปล่อยวางทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน โฟกัสกับปัจจุบัน และมองไปในอนาคต

=====

หวังว่าจะได้ประโยชน์นะครับ สำหรับผมหลายข้อก็ไม่ได้เห็นด้วยมาก หลายข้อก็ย้อนแย้งไปหน่อย แต่มันมีข้อที่เห็นด้วยมากกว่าและบังเอิญข้อที่เห็นด้วยมันเพียงพอแล้วที่จะเอามาแบ่งปัน

อ้อ 10 ปีที่แล้วผมใช้ iphone 4s ครับก่อนหน้านั้นใช้ Blackberry

OHMPIANG
เจษ ธีระธรณ์

ปล. ผมเขียนอีเมลเล่าประสบการณ์แซ่บๆที่จะช่วยเพิ่มผลลัพธ์ให้กับธุรกิจ การตลาด การขาย การเขียน Copywriting และการใช้ชีวิตของท่านทุกวัน ใครชอบของแปลก Subscribe ได้ที่ https://theerathorn.com/

>